Day 1 - Repentance | วันที่ 1 - การกลับใจ

Day 1 - Repentance

Romans 8:12-17 (ESV)

12 Therefore, brothers and sisters, we have an obligation—but it is not to the flesh, to live according to it. 13 For if you live according to the flesh, you will die; but if by the Spirit you put to death the misdeeds of the body, you will live.

14 For those who are led by the Spirit of God are the children of God. 15 The Spirit you received does not make you slaves, so that you live in fear again; rather, the Spirit you received brought about your adoption to sonship. And by him we cry, “Abba, Father.” 16 The Spirit himself testifies with our spirit that we are God’s children. 17 Now if we are children, then we are heirs—heirs of God and co-heirs with Christ, if indeed we share in his sufferings in order that we may also share in his glory.

REMEMBER

There is a famous scene in the classic animated movie, The Lion King, where Simba’s father appears to him in the sky, calls Simba by name and says, “Remember who you are.” It’s an emotional and transformative moment for Simba, one that changes his life and eventually the whole kingdom. Today, I want to call us to remember who we are, and really whose we are.

In our series through 1 Corinthians, a major theme of the first section is God’s grace towards his people and the new identity for the believers in Christ. 

1 Cor. 6:11 And such were some of you. But you were washed, you were sanctified, you were justified in the name of the Lord Jesus Christ and by the Spirit of our God.

Also: 1 Cor. 1:4-9, 1 Cor 6:19-20

Despite all the messiness and sin going on among the community of Christians in Corinth, they were called, washed, sanctified, justified, and even guiltless in Christ Jesus. Brothers and sisters, so are we!

REPENT

Our focus for the fast today is repentance. But even as we repent, let us start from remembering who we are. We are not those who repent as if we were never saved but we remember our salvation and are spurred on to put to death the sin that remains in us.

In 1517, Martin Luther wrote, "When our Lord and Master Jesus Christ said, 'Repent' [Matt. 4:17], he willed the entire life of believers to be one of repentance.”

The repentance required of us is described in the Romans 8:12-17 passage above. Verse 13 exhorts us, “but if by the Spirit you put to death the deeds of the body, you will live.” Not by works. Not by effort. Not by feeling guilty. By the Spirit. The same Spirit who reminds us that we are sons of God now also partners with us in slaying the things that once held us captive. 

REFOCUS

As we turn our focus away from food, let us focus wholly on the work of the Spirit. What better time to partner with Him in slaying sin in our flesh than while depriving our bodies of food! May the Spirit who rose Christ Jesus from the dead work powerfully in you to bring resurrection life and put to death whatever sin remains in us. 

Finally, while this work of repentance and slaying the sin that remains is personal for each one of us, as we fast corporately, our leadership team wants to call us all to corporate repentance as well. In Corinth corporate sins looked like pride, tolerance of sexual immorality, and quarreling. For us, it might not be those sins, but lest we fall into pride, we may need to repent of apathy and complacency. I trust that the Spirit wants to speak to us and continue His gracious work of sanctifying us and will reveal these areas to us by His grace. Let’s refocus on Him, listen to what He is saying, and respond together. Until we all behold Him fully, and become fully like Him!

See you tonight at 6pm.

วันที่ 1 - การกลับใจ

โรม 8:12-17  ‭‭‭THSV11‬‬

“12 เพราะฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย เราเป็นหนี้ แต่ไม่ใช่เป็นหนี้ฝ่ายเนื้อหนัง ที่จะดำเนินชีวิตตามเนื้อหนัง 13 เพราะว่าถ้าท่านดำเนินชีวิตตามเนื้อหนังแล้ว ท่านจะต้องตาย แต่ถ้าโดยทางพระวิญญาณ ท่านทำลายกิจการของร่างกาย ท่านก็จะดำรงชีวิตได้ 14 เพราะว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำใคร คนนั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า 15 เพราะว่าพระวิญญาณที่พระเจ้าประทานมานั้นจะไม่ทรงให้ท่านเป็นทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่พระวิญญาณจะทรงให้ท่านมีฐานะเป็นบุตรของพระเจ้า โดยพระวิญญาณนั้นเราจึงร้องเรียกพระเจ้าว่า “อับบา (พ่อ)” 16 พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับจิตวิญญาณของเราว่า เราเป็นลูกของพระเจ้า 17 และถ้าเราเป็นลูกแล้ว เราก็เป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ เมื่อเราทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์ก็เพื่อจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย”

จงจดจำ

มีฉากที่โด่งดังฉากหนึ่งในภาพยนต์แอนิเมชั่นคลาสสิคเรื่อง “เดอะ ไลอ้อนคิง” เป็นฉากที่พ่อของซิมบ้าปรากฏตัวให้เขาเห็นบนท้องฟ้า เรียกชื่อของซิมบ้าและพูดว่า “จงจำไว้ว่าเจ้าเป็นใคร” เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของซิมบ้า ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งอาณาจักรในท้ายที่สุด วันนี้ ผมอยากเรียกเราให้จดจำว่าเราคือใคร และที่สำคัญคือ เราเป็นของใคร

ในซีรี่ส์คำเทศนาของเราในพระธรรม 1 โครินธ์ ธีมหลักของส่วนแรกคือพระคุณของพระเจ้าต่อผู้คนของพระองค์และอัตลักษณ์ใหม่สำหรับผู้เชื่อในพระคริสต์

1 โครินธ์ 6:11 มีบางคนในพวกท่านเคยเป็นอย่างนี้ แต่ท่านทั้งหลายได้รับการล้างชำระแล้ว ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว และได้รับการชำระให้ชอบธรรมแล้วโดยพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและโดยพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา

และใน : 1 โครินธ์ 1:4-9, 1 โครินธ์ 6:19-20

แม้จะมีความความวุ่นวายและความบาปมากมายในชุมชนคริสเตียนในเมืองโครินธ์ แต่พวกเขาได้รับการทรงเรียก ได้รับการชำระล้าง ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ได้รับความชอบธรรม และแม้กระทั่งปราศจากความผิดในพระเยซูคริสต์ พี่น้องทั้งหลาย เราก็เช่นกัน 

จงกลับใจ

จุดโฟกัสของเราสำหรับการอดอาหารในวันนี้คือ การกลับใจ แต่ในขณะที่เรากลับใจนั้น ขอให้เราเริ่มต้นด้วยการจดจำว่าเราคือใคร เราไม่ได้กลับใจราวกับว่าไม่เคยได้รับความรอดมาก่อน แต่เราจดจำความรอดของเราและผลักดันให้ประหารความบาปที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวเรา  

ในปี 1517 มาร์ติน ลูเธอร์ เขียนไว้ว่า "เมื่อพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าและองค์จอมเจ้านายของเราตรัสว่า ‘จงกลับใจใหม่‘ [มัทธิว 4:17] พระองค์ประสงค์ให้ทั้งชีวิตของผู้เชื่อเป็นชีวิตแห่งการกลับใจ”

การกลับใจที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราทำนั้นได้ถูกอธิบายไว้ในพระธรรมโรม 8:12-17 ด้านบน ข้อ 13 ได้หนุนใจเราว่า “แต่ถ้าโดยทางพระวิญญาณ ท่านทำลายกิจการของร่างกาย ท่านก็จะดำรงชีวิตได้” ไม่ใช่ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยความพยายาม ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกผิด แต่ด้วยพระวิญญาณ พระวิญญาณองค์เดียวกันที่ย้ำเตือนให้เราระลึกไว้ว่าตอนนี้เราเป็นบุตรของพระเจ้า และทรงร่วมกับเราในการทำลายสิ่งที่เคยจองจำเราไว้เช่นกัน 

จงปรับโฟกัสใหม่

ในขณะที่เราละความสนใจจากอาหาร ให้เราหันมาจดจ่ออย่างเต็มที่กับการทำงานของพระวิญญาณ จะมีช่วงเวลาไหนที่จะร่วมกับพระองค์ในการประหารความบาปในเนื้อหนังของเราได้ดีไปกว่าช่วงเวลาที่เรางดเว้นอาหารให้แก่ร่างกาย ขอให้พระวิญญาณที่ให้พระเยซูคริสต์เป็นขึ้นจากความตายทรงทำงานอย่างทรงพลังในตัวคุณ เพื่อนำการฟื้นคืนชีวิตมาสู่คุณ และทำลายความบาปใดๆก็ตามที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเรา 

สุดท้ายนี้ แม้ว่าการกลับใจและการประหารบาปที่หลงเหลืออยู่นี้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่ในขณะที่เรากำลงอดอาหารร่วมกัน ทีมผู้นำของเราต้องการเรียกให้พวกเราทุกคนกลับใจร่วมกันด้วยเช่นกัน ในเมืองโครินธ์ บาปส่วนรวมของพวกเขาคือความเย่อหยิ่ง การยอมรับการผิดศีลธรรมทางเพศ และการทะเลาะเบาะแว้ง สำหรับพวกเราอาจจะคิดว่าไม่ใช่ความบาปเหล่านั้น แต่เพื่อไม่ให้เราตอยู่ในความเย่อหยิ่ง เราอาจต้องกลับใจจากความเฉยเมยและความชะล่าใจ ผมเชื่อว่าพระวิญญาณต้องการที่จะตรัสกับเราและยังคงทำงานของพระองค์ในการชำระเราให้บริสุทธิ์ และจะเปิดเผยสิ่งเหล่านี้ให้เราเห็นโดยพระคุณพระองค์ ให้เรากลับมาจดจ่อที่พระองค์ ฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสและตอบสนองร่วมกัน จนกว่าเราจะได้เห็นพระองค์และเป็นเหมือนพระองค์อย่างสมบูรณ์  

เจอกันคืนนี้เวลา 18.00 น. ครับ